เว็บเทรดคริปโตที่ดีที่สุดในประเทศไทย
เราคัดและจัดอันดับจากใบอนุญาต ความปลอดภัย ค่าธรรมเนียมจริง และความเหมาะกับผู้ใช้แต่ละกลุ่ม — ไม่ใช่จากค่าโฆษณา ทุกตัวเลขตรวจสอบล่าสุดเดือนตุลาคม 2569
- เทียบจากข้อมูลทางการ
- อัปเดตหลังการบล็อกเว็บเถื่อนปี 2568
- แยกชัด: เว็บไหนรับชาวต่างชาติ
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 20 ตุลาคม 2569
ตลาดเว็บเทรดไทยหลังปี 2568 เปลี่ยนไปมาก: แพลตฟอร์มต่างชาติไร้ใบอนุญาตอย่าง Bybit, OKX, CoinEx และ XT.COM ถูกบล็อกการเข้าถึงจากไทย KuCoin TH ถูกสั่งระงับบริการชั่วคราวช่วงต้นปี 2569 จากปัญหาเงินกองทุน ขณะที่เว็บที่มีใบอนุญาตแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสภาพคล่องและจำนวนเหรียญ บทความนี้จัดอันดับจากสิ่งที่วัดได้จริง: สถานะใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมรวมสเปรด ช่องทางฝาก-ถอนเงินบาท ความเสถียรของระบบ และเงื่อนไขการเปิดบัญชีของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
| # | เว็บเทรด | ประเภท | ค่าธรรมเนียม | ช่องทางฝากเงิน | ชาวต่างชาติ |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | CEX.IO | เว็บเทรดระดับโลก | 0.15–0.25% | บัตร Visa/Mastercard, Apple Pay, Google Pay, โอนระหว่างประเทศ | ได้ — ยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ต ไม่ต้องมีบัญชีธนาคารไทย |
| 2 | Bitkub | ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | 0.25% | ฝากเงินบาทผ่านพร้อมเพย์และโอนธนาคารไทย | ได้ — ใช้พาสปอร์ตและเอกสารประกอบ |
| 3 | Binance TH | ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | 0.10–0.25% | โอนเงินบาทผ่าน QR ธนาคารไทย | ไม่ได้ — ต้องยืนยันตัวตนผ่าน NDID |
| 4 | Bitazza | นายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. | 0.15–0.25% | โอนเงินบาท, โต๊ะ OTC, บัตร Freedom Visa | ได้ — เป็นมิตรกับชาวต่างชาติมากที่สุดในกลุ่มที่มีใบอนุญาต |
| 5 | Orbix | ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | 0.25% | พร้อมเพย์และโอนธนาคารไทย | บางส่วน — เน้นผู้พำนักในไทย |
| 6 | Upbit Thailand | ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | 0.25% | พร้อมเพย์และโอนธนาคารไทย | ได้ — ยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ต |
| 7 | InnovestX | บริษัทหลักทรัพย์พร้อมใบอนุญาตสินทรัพย์ดิจิทัล | 0.25% | โอนธนาคารไทย, SCB Easy | บางส่วน — เน้นผู้พำนักในไทย |
| 8 | Coins TH | นายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | spread-based | โอนธนาคารไทย | บางส่วน |
| 9 | Maxbit | นายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | ~0.10% OTC | โอนธนาคารไทย, OTC เริ่มต้น 200,000 บาท | บางส่วน |
| 10 | GMO-Z.com Cryptonomics | ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. | 0.25% | โอนธนาคารไทย | บางส่วน |
เจาะลึกทีละเจ้า: จุดแข็ง จุดอ่อน และเหมาะกับใคร
1. CEX.IO
เว็บเทรดระดับโลกแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีใบอนุญาตกำกับดูแล เปิดมาตั้งแต่ปี 2013 ซื้อด้วยบัตรได้ทันที มีเหรียญกว่า 100 รายการ เหมาะกับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ยังไม่มีบัญชีธนาคารไทย
ใบอนุญาต: ใบอนุญาต DLT จาก GFSC (ยิบรอลตาร์), จดทะเบียน FinCEN MSB (สหรัฐฯ) · ค่าธรรมเนียม: 0.15–0.25% · ฝากเงิน: บัตร Visa/Mastercard, Apple Pay, Google Pay, โอนระหว่างประเทศ · ชาวต่างชาติ: ได้ — ยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ต ไม่ต้องมีบัญชีธนาคารไทย
ไปที่เว็บไซต์ CEX.IO →2. Bitkub
ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.ศูนย์ซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในไทย สภาพคล่องเงินบาทสูงสุด มีคู่เทรดราว 250 คู่ กำไรผ่านแพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตได้รับยกเว้นภาษีถึงสิ้นปี 2572
ใบอนุญาต: ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. · ค่าธรรมเนียม: 0.25% · ฝากเงิน: ฝากเงินบาทผ่านพร้อมเพย์และโอนธนาคารไทย · ชาวต่างชาติ: ได้ — ใช้พาสปอร์ตและเอกสารประกอบ
ไปที่เว็บไซต์ Bitkub →3. Binance TH
ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.เวอร์ชันไทยของ Binance ค่าธรรมเนียมต่ำ สภาพคล่องสูง แต่ต้องยืนยันตัวตนผ่าน NDID จึงเหมาะกับคนไทยเป็นหลัก
ใบอนุญาต: ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายและนายหน้า (บริษัทร่วมทุน Gulf Binance) · ค่าธรรมเนียม: 0.10–0.25% · ฝากเงิน: โอนเงินบาทผ่าน QR ธนาคารไทย · ชาวต่างชาติ: ไม่ได้ — ต้องยืนยันตัวตนผ่าน NDID
ไปที่เว็บไซต์ Binance TH →4. Bitazza
นายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต.มีสินทรัพย์กว่า 90 รายการ โต๊ะ OTC สำหรับรายใหญ่ และบัตรคริปโต Freedom Visa เป็นที่นิยมในกลุ่มชาวต่างชาติ
ใบอนุญาต: ใบอนุญาตนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. · ค่าธรรมเนียม: 0.15–0.25% · ฝากเงิน: โอนเงินบาท, โต๊ะ OTC, บัตร Freedom Visa · ชาวต่างชาติ: ได้ — เป็นมิตรกับชาวต่างชาติมากที่สุดในกลุ่มที่มีใบอนุญาต
ไปที่เว็บไซต์ Bitazza →5. Orbix
ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.ชื่อเดิมคือ Satang Pro ปัจจุบันอยู่ในเครือกสิกรไทย มาตรฐานการกำกับดูแลระดับธนาคาร คัดเหรียญเข้มงวด
ใบอนุญาต: ใบอนุญาต ก.ล.ต. อยู่ในเครือธนาคารกสิกรไทย · ค่าธรรมเนียม: 0.25% · ฝากเงิน: พร้อมเพย์และโอนธนาคารไทย · ชาวต่างชาติ: บางส่วน — เน้นผู้พำนักในไทย
ไปที่เว็บไซต์ Orbix →6. Upbit Thailand
ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.สาขาไทยของศูนย์ซื้อขายอันดับหนึ่งของเกาหลี มีเหรียญกว่า 160 รายการ ถือว่าหลากหลายที่สุดในกลุ่มที่มีใบอนุญาต
ใบอนุญาต: ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายและนายหน้าจาก ก.ล.ต. · ค่าธรรมเนียม: 0.25% · ฝากเงิน: พร้อมเพย์และโอนธนาคารไทย · ชาวต่างชาติ: ได้ — ยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ต
ไปที่เว็บไซต์ Upbit Thailand →7. InnovestX
บริษัทหลักทรัพย์พร้อมใบอนุญาตสินทรัพย์ดิจิทัลเทรดหุ้น กองทุน และคริปโตในแอปเดียว อยู่ในเครือ SCBX สะดวกสำหรับลูกค้า SCB
ใบอนุญาต: ใบอนุญาต ก.ล.ต. ในเครือ SCBX · ค่าธรรมเนียม: 0.25% · ฝากเงิน: โอนธนาคารไทย, SCB Easy · ชาวต่างชาติ: บางส่วน — เน้นผู้พำนักในไทย
ไปที่เว็บไซต์ InnovestX →8. Coins TH
นายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.แอปซื้อขายแบบง่าย เหมาะกับการซื้อเก็บมากกว่าเทรดจริงจัง เป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่เปิดมานาน
ใบอนุญาต: ใบอนุญาตนายหน้าจาก ก.ล.ต. · ค่าธรรมเนียม: spread-based · ฝากเงิน: โอนธนาคารไทย · ชาวต่างชาติ: บางส่วน
ไปที่เว็บไซต์ Coins TH →9. Maxbit
นายหน้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.นายหน้าที่เน้นบริการ OTC สำหรับยอดซื้อขายขนาดใหญ่ (ขั้นต่ำราว 200,000 บาท) มี PTG Energy หนุนหลัง
ใบอนุญาต: ใบอนุญาตนายหน้า ก.ล.ต. (ร่วมทุนกับ PTG Energy) · ค่าธรรมเนียม: ~0.10% OTC · ฝากเงิน: โอนธนาคารไทย, OTC เริ่มต้น 200,000 บาท · ชาวต่างชาติ: บางส่วน
ไปที่เว็บไซต์ Maxbit →10. GMO-Z.com Cryptonomics
ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.บริษัทลูกของกลุ่ม GMO จากญี่ปุ่น ขนาดเล็กกว่าเจ้าอื่นแต่มีใบอนุญาตครบและมาตรฐานความปลอดภัยสูง
ใบอนุญาต: ใบอนุญาต ก.ล.ต. ในเครือ GMO ญี่ปุ่น · ค่าธรรมเนียม: 0.25% · ฝากเงิน: โอนธนาคารไทย · ชาวต่างชาติ: บางส่วน
ไปที่เว็บไซต์ GMO-Z.com Cryptonomics →เกณฑ์การจัดอันดับของเรา
เราไม่ใช้คะแนนจากผู้สนับสนุนหรือจำนวนดาวลอย ๆ แต่ดูห้าปัจจัยตามลำดับความสำคัญ ปัจจัยแรกคือ สถานะทางกฎหมายและใบอนุญาต — เว็บที่อยู่ในรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของ ก.ล.ต. หรือมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักในต่างประเทศเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบ ปัจจัยที่สองคือ ต้นทุนรวมจริง ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมเทรด สเปรด และค่าถอน ไม่ใช่แค่ตัวเลขโปรโมต ปัจจัยที่สามคือ ช่องทางเงินบาท ทั้งพร้อมเพย์ โอนธนาคาร และความเร็วจริงของการฝาก-ถอน ปัจจัยที่สี่คือ การเข้าถึง — ใครสมัครได้บ้าง เอกสารอะไร นานแค่ไหน และสุดท้ายคือ ประวัติความปลอดภัย ของระบบและทีมงาน
จุดที่หลายคนมองข้ามคือความแตกต่างระหว่าง "ศูนย์ซื้อขาย" (exchange) กับ "นายหน้า" (broker) ในระบบใบอนุญาตไทย ศูนย์ซื้อขายจับคู่คำสั่งของผู้ใช้ด้วยกันเองผ่านสมุดคำสั่ง ส่วนนายหน้าส่งคำสั่งไปยังแหล่งสภาพคล่องอื่น ราคาและสเปรดจึงต่างกันได้ ทั้งสองแบบถูกกฎหมายเหมือนกันถ้ามีใบอนุญาต — ตรวจสอบรายชื่อปัจจุบันได้ที่หน้าเว็บเทรดที่มีใบอนุญาตซึ่งเราอัปเดตตามประกาศ ก.ล.ต.
แล้วทำไมอันดับ 1 เป็นเว็บระดับโลก ไม่ใช่เว็บไทย?
เพราะโจทย์ของผู้อ่านส่วนใหญ่ของเราไม่ใช่ "เทรดถูกสุดสำหรับคนมีบัญชีธนาคารไทยอยู่แล้ว" แต่เป็น "เริ่มยังไงให้เร็วและปลอดภัย" ซึ่งรวมนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติที่เพิ่งย้ายมา และคนไทยที่ต้องการบัญชีสำรอง แพลตฟอร์มที่สมัครด้วยพาสปอร์ตได้ รับบัตรเครดิต และมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ ตอบโจทย์นั้นได้กว้างที่สุด ส่วนคนไทยที่เทรดเงินบาทเป็นหลัก Bitkub และ Binance TH คือตัวเลือกแรกที่เราแนะนำในตาราง — เลือกตามโจทย์ของคุณ ไม่ใช่ตามอันดับอย่างเดียว
สามข้อผิดพลาดตอนเลือกเว็บเทรดที่เจอบ่อยที่สุด
หนึ่ง — เลือกจากจำนวนเหรียญ เหรียญเยอะไม่ได้แปลว่าดี เหรียญเล็กสภาพคล่องต่ำมาพร้อมสเปรดแพงและความเสี่ยงถูกถอดจากกระดาน มือใหม่ที่ซื้อ BTC, ETH, USDT เป็นหลักแทบไม่ได้ประโยชน์จากกระดานที่มี 500 เหรียญ
สอง — มองข้ามเส้นทางถอนเงิน ซื้อง่ายไม่พอ ต้องขายแล้วได้เงินบาทกลับเข้าบัญชีได้จริงด้วย เว็บต่างประเทศบางแห่งให้ซื้อด้วยบัตรสะดวกมาก แต่ตอนถอนกลับเป็นเงินบาทต้องอ้อมหลายขั้น อ่านเส้นทางถอนทั้งหมดได้ในคู่มือขายคริปโต
สาม — ใช้เว็บเถื่อนเพราะ "ค่าธรรมเนียมถูกกว่า" ส่วนต่าง 0.1% ไม่คุ้มกับการเสียสิทธิ์ยกเว้นภาษี การไม่มีผู้กำกับดูแลให้ร้องเรียน และความเสี่ยงแพลตฟอร์มถูกบล็อกจนต้องรีบถอนเหรียญเหมือนผู้ใช้ Bybit และ OKX เจอมาแล้วเมื่อมิถุนายน 2568
ความเคลื่อนไหวของตลาดที่ควรรู้ก่อนเลือกเว็บ (อัปเดต ต.ค. 2569)
บทเรียน KuCoin TH จบลงแล้ว — และจบแบบที่ควรจดจำ หลังถูกสั่งระงับบริการต้นปี 2569 จากปัญหาเงินกองทุน ความพยายามเพิ่มทุนไม่สำเร็จ ก.ล.ต. ให้ผู้ใช้ถอนทรัพย์สินทั้งหมดภายใน 22 เมษายน 2569 และบริษัทประกาศคืนใบอนุญาตให้กระทรวงการคลังในวันที่ 25 เมษายน 2569 ประเด็นสำคัญคือกระบวนการนี้เกิดขึ้นในระบบ: มีคำสั่งทางการ มีเส้นตายชัดเจน มีช่องทางถอนเงิน — เทียบกับแพลตฟอร์มเถื่อนที่ปิดตัวแบบเงียบ ๆ แล้วเงินหายไปกับระบบ นี่คือมูลค่าที่แท้จริงของใบอนุญาต
การแข่งขันข้างบนตารางดุขึ้น ข้อมูลจาก tracker ต่างประเทศช่วงปี 2569 ชี้ว่า Binance TH แซง Bitkub ด้านปริมาณซื้อขายในบางช่วง (ตัวเลขส่วนแบ่งจากแต่ละแหล่งยังขัดแย้งกัน จึงควรอ่านเป็นแนวโน้มมากกว่าตัวเลขเป๊ะ) ฝั่ง Bitkub ตอบโต้ด้วยการเปิดคู่เทรด USDT ค่าธรรมเนียม 0.1% (เริ่มมิถุนายน 2569 กับ BTC, XRP, XAUT, SUI) ฟีเจอร์ Auto DCA ตั้งซื้อสะสมอัตโนมัติ (ขั้นต่ำ 10 บาท สูงสุด 30,000 บาทต่อออเดอร์) และยังมีแผนระดมทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ — ผู้ชนะของการแข่งขันนี้คือผู้ใช้ ที่ได้ค่าธรรมเนียมถูกลงและเครื่องมือดีขึ้นทั้งกระดาน
ทางเลือกใหม่กำลังมา: ETF บนตลาดหุ้นไทย ประกาศ ก.ล.ต. ที่มีผล 16 ตุลาคม 2569 เปิดทางให้ บลจ. ออกกองทุน ETF ติดตามราคา Bitcoin/Ether จดทะเบียนใน SET ได้ สำหรับคนที่อยากได้ exposure โดยไม่แตะกระเป๋าเหรียญเลย นี่จะเป็นคู่แข่งทางอ้อมของเว็บเทรดในอนาคตอันใกล้ — แต่จำไว้ว่า ETF คือการถือหน่วยลงทุน ไม่ใช่การถือเหรียญจริงที่โอนออกไปใช้งานได้
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเว็บเทรด
เว็บเทรดที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. ต่างจากเว็บต่างประเทศอย่างไร?
สามเรื่องหลัก: (1) เงินของคุณอยู่ภายใต้กติกาการแยกทรัพย์สินลูกค้าและการตรวจสอบของ ก.ล.ต. (2) กำไรจากการขายผ่านเว็บที่มีใบอนุญาตได้รับยกเว้นภาษีถึงสิ้นปี 2572 (3) ไม่มีความเสี่ยงโดนบล็อกแบบ Bybit และ OKX ที่ถูกตัดการเข้าถึงกลางปี 2568 ส่วนเว็บระดับโลกที่มีใบอนุญาตจากต่างประเทศเหมาะเป็นบัญชีเสริม โดยเฉพาะถ้าต้องการซื้อด้วยบัตรหรือเหรียญที่เว็บไทยไม่มี
เปิดบัญชีเว็บเทรดไทยต้องใช้อะไรบ้าง?
คนไทยใช้บัตรประชาชน + ยืนยันใบหน้า (บางเว็บใช้ NDID หรือ dip-chip) ตอบแบบทดสอบความรู้สั้น ๆ แล้วผูกบัญชีธนาคารไทยสำหรับฝาก-ถอนเงินบาท ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ตและเอกสารยืนยันการพำนัก เช่น วีซ่าระยะยาวหรือใบอนุญาตทำงาน (Bitkub, Bitazza รับ แต่ Binance TH ไม่รับเพราะต้องใช้ NDID)
ค่าธรรมเนียม 0.25% ถือว่าแพงไหม?
อยู่ในระดับมาตรฐานของตลาดไทย แต่ตัวเลขบนหน้าเว็บไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด — สเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) ในคู่เทรดที่สภาพคล่องต่ำอาจแพงกว่าค่าธรรมเนียมหลายเท่า เคล็ดลับคือเทรดคู่หลักอย่าง BTC/THB หรือ USDT/THB ที่สภาพคล่องสูง และใช้คำสั่ง Limit แทน Market
ฝากเงินเข้าเว็บเทรดใช้เวลานานไหม?
พร้อมเพย์และโอนธนาคารเข้าเว็บไทยปกติเข้าภายในไม่กี่นาที แต่ระวังกติกาใหม่ปี 2569: ธนาคารอาจหน่วงการโอนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปสูงสุด 24 ชั่วโมงตามมาตรการป้องกันบัญชีม้า วางแผนล่วงหน้าถ้าต้องการซื้อก้อนใหญ่
ควรเก็บเหรียญไว้บนเว็บเทรดหรือย้ายออก?
จำนวนที่เทรดบ่อยเก็บบนเว็บได้ แต่เงินเก็บระยะยาวควรย้ายไปกระเป๋าที่คุณถือกุญแจเอง (self-custody) อ่านวิธีเลือกในคู่มือกระเป๋าคริปโต
แหล่งอ้างอิงหลัก: รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล — สำนักงาน ก.ล.ต. · ประกาศแนวทางกำกับดูแลการชำระเงิน — ธนาคารแห่งประเทศไทย · ข้อมูลค่าธรรมเนียมจากหน้าทางการของแต่ละแพลตฟอร์ม ตรวจสอบ 20 ต.ค. 2569