TH EN
เปิดบัญชี

คริปโตถูกกฎหมายไหมในประเทศไทย?

คำตอบคือ ถูกกฎหมาย — แต่มีเส้นที่ห้ามข้ามอยู่ไม่กี่เส้น หน้านี้สรุปทุกกติกาจาก ก.ล.ต. ธปท. และ ปปง. เป็นภาษาคน พร้อมลิงก์ไปประกาศต้นทางให้ตรวจสอบเองได้

  • อ้างอิงประกาศทางการทุกข้อ
  • อัปเดตเหตุการณ์ปี 2568–2569
  • เขียนเพื่อคนทั่วไป ไม่ใช่นักกฎหมาย

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 20 ตุลาคม 2569

โครงกฎหมายหลัก: ใครกำกับอะไร

กระดูกสันหลังของกฎหมายคริปโตไทยคือ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ซึ่งนิยาม "คริปโทเคอร์เรนซี" และ "โทเคนดิจิทัล" เป็นสินทรัพย์ที่กำกับดูแลได้ และกำหนดให้ธุรกิจตัวกลาง — ศูนย์ซื้อขาย นายหน้า ผู้ค้า ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ ที่ปรึกษา และผู้จัดการเงินทุน — ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามข้อเสนอของ ก.ล.ต. ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลมิติระบบชำระเงินและเสถียรภาพการเงิน และสำนักงาน ปปง.คุมมาตรฐานป้องกันการฟอกเงิน โดยผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลมีสถานะเป็น "สถาบันการเงิน" ตามกฎหมายฟอกเงิน

ปี 2568 มีการแก้ไขพระราชกำหนดครั้งสำคัญ (มีผล 13 เมษายน 2568) เพิ่มอำนาจสั่งบล็อกแพลตฟอร์มต่างชาติที่ให้บริการคนไทยโดยไม่มีใบอนุญาต และเพิ่มความรับผิดของ "บัญชีม้า" ทั้งฝั่งธนาคารและฝั่งคริปโต — จุดเปลี่ยนที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แผนที่ความถูกกฎหมาย: ทำได้ vs ทำไม่ได้

✓ ถูกกฎหมาย

  • ซื้อ ขาย ถือครอง โอนคริปโตเพื่อการลงทุน
  • เทรดบนแพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาต (ไทยหรือเทศ)
  • ถือเหรียญในกระเป๋าส่วนตัว (self-custody)
  • ขุดเหรียญ (เสียภาษีตามปกติ ใช้ไฟถูกกฎหมาย)
  • รับเหรียญเป็นของขวัญ/มรดก/ค่าตอบแทน (มีภาระภาษี)

✗ ผิดกฎหมาย / ถูกจำกัด

  • ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยน/นายหน้าโดยไม่มีใบอนุญาต
  • ผู้ประกอบการให้บริการชำระเงินด้วยคริปโต
  • ให้เช่า/ขายบัญชีธนาคารหรือบัญชีคริปโต (บัญชีม้า)
  • ใช้แพลตฟอร์มในรายการที่ถูกสั่งบล็อก
  • หลอกลวงชักชวนลงทุน การันตีผลตอบแทน

"ลงทุนได้ จ่ายไม่ได้": กติกาที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด

ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 ประกาศ ก.ล.ต. (ออกร่วมกับ ธปท.) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการหรือสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการ ตั้งแต่การโฆษณาว่ารับชำระ ไปจนถึงการทำระบบวอลเล็ตเพื่อการจ่ายเงิน เหตุผลทางการคือการคุ้มครองเสถียรภาพระบบชำระเงินและผู้บริโภคจากความผันผวน

จุดที่ต้องอ่านให้ขาด: กติกานี้ผูกกับ "ผู้ประกอบการ" ไม่ใช่ประชาชน ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ยินดีรับบิตคอยน์จากลูกค้าโดยตรงไม่ได้ก่ออาชญากรรม (และคอมมูนิตี้ Lightning เล็ก ๆ ในเชียงใหม่กับเกาะพะงันก็อยู่บนพื้นที่นี้) แต่ระบบนิเวศการจ่ายเงินแบบ mainstream เกิดไม่ได้เพราะตัวกลางที่มีใบอนุญาตให้บริการไม่ได้ ทางออกอย่างเป็นทางการสำหรับนักท่องเที่ยวคือ TouristDigiPay ที่แปลงคริปโตเป็นบาทก่อนแล้วจ่ายผ่าน QR

แพลตฟอร์มที่ถูกบล็อก: บทเรียนมิถุนายน 2568

29 พฤษภาคม 2568 ก.ล.ต. ประกาศรายชื่อแพลตฟอร์มไร้ใบอนุญาต 5 รายที่จะถูกตัดการเข้าถึงจากไทยตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568: Bybit, OKX, CoinEx, XT.COM และ 1000X พร้อมดำเนินคดีอาญาฐานประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใช้ได้รับคำแนะนำให้ถอนทรัพย์สินออกก่อนเส้นตาย เหตุการณ์นี้คือคำตอบของคำถามยอดฮิต "ใช้เว็บนอกได้ไหม": ได้จนกว่าจะโดนบล็อก และเมื่อโดนแล้วคุณจะมีเวลาจำกัดในการอพยพเหรียญ

ป้ายเขียนคำว่า closed สื่อถึงแพลตฟอร์มที่ถูกปิดการเข้าถึง

Bybit, OKX, CoinEx และ XT.COM ถูกตัดการเข้าถึงจากไทยตั้งแต่ 28 มิ.ย. 2568

KYC, AML และ Travel Rule ที่กำลังมา

ทุกแพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตต้องยืนยันตัวตนผู้ใช้เต็มรูปแบบตามเกณฑ์ ปปง. — บัตรประชาชนกับ NDID/dip-chip สำหรับคนไทย พาสปอร์ตพร้อมสแกนใบหน้าสำหรับชาวต่างชาติ และมีหน้าที่รายงานธุรกรรมต้องสงสัย ชั้นถัดไปที่กำลังมาคือ Travel Rule: ประกาศ ก.ล.ต. ปี 2569 กำหนดให้ผู้ประกอบการส่งข้อมูลผู้โอน-ผู้รับไปกับคำสั่งโอนเหรียญ มีผล 27 กุมภาพันธ์ 2570 โดยการโอนไปกระเป๋าส่วนตัวยังทำได้แต่แพลตฟอร์มต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของกระเป๋า — เตรียมใจไว้ว่าการโอนเข้า-ออกแพลตฟอร์มจะถามข้อมูลมากขึ้น

สิทธิของคุณในฐานะผู้ใช้

เมื่อใช้แพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาต คุณได้รับการคุ้มครองตามเกณฑ์การแยกทรัพย์สินลูกค้า มีช่องทางร้องเรียนผ่าน ก.ล.ต. (สายด่วน 1207) และระบบระงับข้อพิพาท ขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติไร้ใบอนุญาตไม่มีอะไรเลยในสามข้อนี้ นอกจากนี้กำไรจากเว็บมีใบอนุญาตยังเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีถึงปี 2572ด้วย — เหตุผลเชิงเศรษฐกิจที่หนักแน่นพอ ๆ กับเหตุผลเชิงกฎหมาย

ไทม์ไลน์กำกับดูแลล่าสุด: ครึ่งหลังปี 2569

หุ่นยนต์ครุ่นคิดข้างค้อนผู้พิพากษา สื่อถึงกฎหมายกับเทคโนโลยี

ปี 2569 เป็นปีที่กรอบกฎหมายไทยขยับจาก "ควบคุมความเสี่ยง" ไปสู่ "สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในระบบ" อย่างเห็นได้ชัด เหตุการณ์สำคัญเรียงตามลำดับ:

  • เม.ย. 2569 — บทสรุป KuCoin TH: หลังระงับบริการและเพิ่มทุนไม่สำเร็จ ผู้ใช้ได้รับเส้นตายถอนทรัพย์สิน 22 เม.ย. และบริษัทคืนใบอนุญาตให้กระทรวงการคลัง 25 เม.ย. — เคสแรกที่แสดงกระบวนการปิดตัว "ในระบบ" ครบวงจร
  • ก.ค. 2569 — ร่างประกาศความปลอดภัยช่องทางดิจิทัลของ ธปท.: เสนอขยายเกณฑ์สแกนใบหน้า/กันปลอมแปลงไปถึง internet banking และทยอยเลิกใช้ OTP ทาง SMS (ปิดรับฟังความเห็น ส.ค. 2569 — ยังไม่ประกาศใช้จริง ณ วันที่เราตรวจสอบ)
  • ส.ค. 2569 — Travel Rule ฉบับจริง: ประกาศ ก.ล.ต. ที่ 9/2569 กำหนดให้ส่งข้อมูลผู้โอน-ผู้รับไปกับทุกธุรกรรม โดยไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ เก็บบันทึกอย่างน้อย 5 ปี และตรวจสอบความเป็นเจ้าของกระเป๋าส่วนตัวก่อนรับ-ส่ง มีผล 27 ก.พ. 2570
  • ต.ค. 2569 — เปิดทาง Bitcoin/Ether ETF: ประกาศ 11 ฉบับมีผล 16 ต.ค. 2569 ให้จัดตั้ง ETF ติดตามราคาสินทรัพย์ดิจิทัลจดทะเบียนใน SET ได้ ภายใต้เงื่อนไข passive management, สัดส่วนสินทรัพย์หลัก ≥80% และผู้เก็บรักษาที่ ก.ล.ต. กำกับ

อีกเส้นเรื่องที่ควรติดตามคือ G-Token — โทเคนลงทุนภาครัฐวงเงินนำร่อง 5,000 ล้านบาทที่ ครม. อนุมัติกลางปี 2568 ออกแบบให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนในตราสารรัฐด้วยเงินหลักร้อยบาท ซื้อขายได้เฉพาะบนแพลตฟอร์มใบอนุญาตและห้ามใช้ชำระเงิน สถานะการออกจริง ณ เดือนตุลาคม 2569 ยังไม่มีการยืนยันสาธารณะที่ชัดเจน — เราจะอัปเดตเมื่อมีประกาศทางการ ทั้งหมดนี้ชี้ทิศทางเดียวกัน: ไทยกำลังสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ "เปิดกว้างขึ้นแต่ตรวจสอบได้ลึกขึ้น" พร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อยด้านกฎหมาย

สรุปสั้นที่สุด: คริปโตผิดกฎหมายไหม?

ไม่ผิด การซื้อ ขาย ถือครอง และลงทุนในคริปโตถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ สิ่งที่ถูกจำกัดคือ (1) การใช้เป็นสื่อกลางชำระเงิน (2) การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่มีใบอนุญาต และ (3) การใช้แพลตฟอร์มต่างชาติบางแห่งที่ถูกสั่งบล็อก

ชาวต่างชาติถือคริปโตในไทยผิดกฎหมายไหม?

ไม่ผิดเช่นกัน กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่แยกสัญชาติผู้ถือครอง ชาวต่างชาติเปิดบัญชีเว็บเทรดไทยบางแห่งได้ด้วยพาสปอร์ต และการถือเหรียญในกระเป๋าส่วนตัวไม่มีข้อห้ามใด ๆ ประเด็นที่ต่างคือการเข้าถึงบริการ (บางเว็บต้องใช้ NDID) และภาษีตามสถานะผู้พำนัก

ทำไมห้ามจ่ายเงินด้วยคริปโต แต่ TouristDigiPay ทำได้?

เพราะ TouristDigiPay ไม่ใช่การจ่ายด้วยคริปโต — มันคือการ "ขายคริปโตเป็นเงินบาทก่อน แล้วจ่ายด้วยบาท" ผ่านวอลเล็ตที่กำกับดูแล ร้านค้าได้รับเงินบาทเสมอ โครงการนี้จึงอยู่ในกรอบกฎหมายปัจจุบันได้พอดี

ขุดบิตคอยน์ในไทยถูกกฎหมายไหม?

การขุดไม่ต้องขอใบอนุญาตสินทรัพย์ดิจิทัล (ไม่ใช่ธุรกิจตัวกลาง) แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทั่วไป: ภาษีเงินได้จากเหรียญที่ขุดได้ (ไม่อยู่ในข่ายยกเว้น) การใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง และกฎหมายผังเมือง/โรงงานถ้าทำระดับฟาร์ม ที่ผ่านมามีคดีลักลอบใช้ไฟฟ้าของฟาร์มเถื่อนเป็นระยะ

จะตรวจสอบว่าเว็บไหนมีใบอนุญาตได้ที่ไหน?

สองช่องทางทางการ: เว็บไซต์ ก.ล.ต. (sec.or.th) หมวดสินทรัพย์ดิจิทัล และแอป "SEC Check First" นอกจากนี้ ก.ล.ต. มี Investor Alert รายชื่อบุคคล/แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย เราสรุปรายชื่อปัจจุบันไว้ที่หน้ารายชื่อเว็บเทรด

แหล่งอ้างอิง: พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และฉบับแก้ไข 2568 — ราชกิจจานุเบกษา · ประกาศห้ามใช้ชำระเงิน (มี.ค. 2565) — ก.ล.ต./ธปท. · ประกาศบล็อกแพลตฟอร์ม (พ.ค. 2568) — ก.ล.ต. · ประกาศ Travel Rule (ส.ค. 2569 มีผล ก.พ. 2570) — ก.ล.ต. · เกณฑ์ KYC/CDD — ปปง. หน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย